สวัสดี
เคยกินข้าวโพดคั่วกันมั้ย ? ชอบกินข้าวโพดคั่วรึเปล่า ?
ผมชอบกินข้าวโพดคั่วนะ แต่ไม่ค่อยได้กินเท่าไหร่ เพราะข้าวโพดคั่วที่ซื้อได้ทั่วๆไปมักจะมีข้าวโพดที่ยังไม่สุกปนมาด้วยเสมอ พวกเม็ดไม่สุกมักจะกองอยู่ก้นถุง แข็ง กินไม่ได้ ไม่อร่อย
รสชาติของข้าวโพดคั่วก็มีหลายรสชาติ ทั้งเค็มไม่หวาน เค็มปนหวาน หวานมาก จืด
ที่ข้างบริษัทผมมีลุงคนนึง แกขายข้าวโพดคั่ว
ผมพบคุณลุงในซอยขายอาหาร ในซอยที่มีรถเข็นขายอาหารหลากหลาย ลูกชิ้นปิ้ง ก๋วยเตี่ยว กาแฟ ขนมครก ต้มเลือด ฯ
วันไหนที่ลุงมาขายข้าวโพด ซอยนั้นจะอบอวนไปด้วยกลิ่นข้าวโพดคั่ว ทำให้รู้แต่ไกลเลยว่าลุงมาแล้ว
ผมซื้อข้าวโพดแกเป็นประจำ แบบหวาน ถุงละสิบบาท ข้าวโพดของแกฟูเต็มถุง ไม่มีข้าวโพดที่ไม่สุกเลยสักเม็ดเดียว กินได้หมดถุง อร่อยมาก
ลุงเป็นคนวัย 50-60 คิ้วเริ่มมีสีขาว ยิ้มง่าย ตัวดำๆ
วันนึง หลังจากซื้อข้าวโพดจากลุง ผมก็อยุดดูลุงทำข้าวโพดคั่ว ปากก็เคี้ยวข้าวโพดของลุงไปด้วย
ลุงแกทำข้าวโพดคั่วด้วยความชำนาญ แม่นยำ หยิบจับของชิ้นนั้น ชิ้นนี้ โดยไม่ต้องมอง เปิดฝาหม้อด้วยไม้เก่าๆ ที่เหลาอย่างพอดี เทข้าวโพด น้ำตาล เกลือ เนย ลงหม้ออย่างรวดเร็ว ปิดฝาหม้อ เลื่อนไฟมาวางใต้หม้อ เลื่อนมอร์เตอร์มาวางเหนือหม้อ เปิดไฟ เปิดสวิท มอเตอร์ปั่นข้าวโพดในหม้ออย่างช้าๆ ไม่นานข้าวโพดในหม้อก็เริ่มส่งเสียงอยากจะออกมาดูโลก ข้าวโพดคั่วสีขาวเริ่มทะลักออกมาจากฝาหม้อ ลุงยังไม่ทำอะไรปล่อยให้ข้าวโพดไหลออกจากหม้อเรื่อยๆ จนถึงเวลาหนึ่งที่แกคิดว่าได้ที่ แกก็ปิดไฟ เลื่อนไฟออก ยกมอเตอร์ขึ้น คว่ำหม้อ ข้าวโพดคั่วหอมๆ ไหลออกมาเต็มรถเข็น จากนั้นก็เริ่มตักข้าวโพดใส่ถุง แล้วลุงก็หันมายิ้มกับผมแล้วถามว่า สนใจเหรอไอ้หนู ?
“ครับ ! รถคันนี้ลุงประกอบเองหรือเปล่า ?”
“ใช่ ลุงประกอบรถคันนี้เอง” ลุงแกตอบยิ้มๆ
ผมถามต่อ “มอร์เตอร์ปั่นข้าวโพดนั่นใช้มอเตอร์อะไรครับ ลุง ?”
“เป็นมอเตอร์ที่ปัดน้ำฝนรถยนต์น่ะ”
“ทำไมต้องเป็นมอเตอร์ที่ปัดน้ำฝนล่ะครับ ?”
“เพราะมอเตอร์ที่ปัดน้ำฝน กินไฟน้อย แบตเตอร์รี่รถยนต์ที่เสียแล้วสตราทรถไม่ได้ยังใช้หมุนที่ปัดน้ำฝนได้ แล้วมอเตอร์ที่ปัดน้ำฝนก็ปรับความเร็วได้”
ลุงตอบคำถามผมอย่างตั้งใจ การสนทนาของเราเริ่มจริงจังขึ้นเรื่อยๆ ผมก็ถามต่อว่า
“ข้าวโพดคั่วแบบหวาน กับแบบเค็มของลุงแตกต่างกันยังไงครับ ? แล้วที่ลุงทำไปหม้อเมื่อตะกี้เป็นแบบหวานหรือแบบเค็ม”
“แบบหวานจะหวานมาก แบบเค็มจะไม่ใช่แบบเค็มจริงๆ มันจะยังมีความหวานแต่น้อยกว่าเรียกว่าแบบ หวานน้อยก็ได้ แล้วที่ทำตะกี้คือแบบเค็ม”
ลุงถามผมกลับบ้าง
“แล้วรู้มั้ย ลุงกะปริมาณน้ำตาลกับเกลือยังไง ให้เป็นแบบหวานหรือแบบเค็ม เพราะเอ็งก็เห็นลุงใช้กระป๋องเดียวกันตักวัตถุดิบทุกอย่าง”
“ไม่รู้ครับ”
“เอ็งดูนี่” ลุงแกยื่นกระป๋องที่แกใช้ตักน้ำตาลให้ดู มันมีตะปูตัวเล็กๆ เสียบทะลุอยู่ข้างกระป๋อง
“ลุงใช้ไอ้นี่ กะปริมาณน้ำตาลเหรอครับ ?”
“ใช่ ลุงใช้เวลานานมาก เพื่อหาสูตรที่เหมาะสม สำหรับรสเค็ม และรสหวาน เอ็งนึกไม่ออกหรอก ว่าลุงหมดข้าวโพดไปมากแค่ไหน กว่าจะได้สูตรนี้มา”
ผมถามลองภูมิลุง
“แล้วสิ่งที่ยากที่สุดในการทำข้าวโพดคั่วให้อร่อยคืออะไรครับ ?”
ลุงแกบอกว่า “ทำให้ข้าวโพดสุกพร้อมกัน”
แกว่าต่อไป “ลุงใช้เวลาศึกษาเรื่องความเร็วรอบของมอเตอร์มากที่สุด เอ็งรู้มั้ย ถ้ามอเตอร์หมุนช้าไป ข้าวโพดที่สุกแล้วจะไม่ถูกดีดออกมา ทำให้ข้าวโพดส่วนนั้นไหม้หรือถ้าเรารีบเทมันออกมาก็จะมีข้าวโพดบางส่วนยังไม่สุก แต่ถ้ามอเตอร์หมุนเร็วเกินไปข้าวโพดจะสุกช้ามากทำไม่ทันขาย ข้าวโพดคั่วที่อร่อยต้องทำเสร็จใหม่ๆ รูปร่างของใบพัดก็มีผล ถ้าออกแบบไม่ดีมันจะไม่ดีดข้าวโพดที่สุกแล้วออกมา หรือดีดออกมาไม่ดี”
ระหว่างเราคุยกัน มีพนักงานบริษัทมากมายเข้ามาซื้อข้าวโพด ลุงจะถามทุกคนก่อนว่าจะเอาข้าวโพดแบบเค็มหรือแบบหวาน แล้วลุงจะหยิบถุงข้าวโพดจากกองส่งให้ลูกค้า ผมก็ถามต่อว่า
“ลุงแยกออกได้ไง ว่าถุงไหนเป็นแบบเค็ม ถุงไหนเป็นแบบหวาน ? ผมเห็นมันก็ดูเหมือนๆกันทุกถุง”
“เอ็งไม่รู้จริงๆเราะ”
“ดูนี่” แกชี้ให้ดูยางที่มัดปากถุง
“ยางมัดสีแดง คือแบบหวาน ยางมัดสีเขียว คือแบบเค็ม”
“อ๋อออ”
ลูกค้าของลุงเข้าซื้อข้าวโพดอย่างไม่ขาดสาย ผมยืนฟังลุงคุยกับลูกค้า เกือบทุกคนจะถามลุงว่า ทำไมลุงไม่ค่อยมาขายเลย ? มาขายแค่วันศุกร์วันเดียวเหรอ ? ข้าวโพดอร่อยจัง อยากให้มาขายทุกวันนะ
ลุงแกก็ยิ้มอารมณ์ดีตอบไปว่า ที่ในซอยไม่ว่างบ้าง มาไม่ทันบ้าง ตื่นสายบ้าง ฯ
แล้วผมก็ถามลุงมั่งว่า
“ทำไมลุงมาขายแค่วันศุกร์วันเดียวล่ะครับ ? แล้ววันอื่นลุงไปขายที่ไหน”
“ลุงขายทุกวันแหละ แต่ย้ายที่ทุกวัน”
“อ้าว ลุงขายทุกวัน ก็มีที่ขาย 7 ที่งั้นเหรอครับ”
“ใช่”
“ทำไมล่ะครับ ? ผมคนนึงล่ะ ที่อยากให้ลุงมาขายที่นี่ทุกวัน”
“จะเป็นข้าวโพดคั่วหรืออะไร ถ้าคนได้กินทุกวันเดี๋ยวก็เบื่อ ให้คนได้เจอลุงแค่วันเดียวในหนึ่งสัปดาห์พอ เค้าจะได้อยากกินข้าวโพดของลุง”
…..!!!
“แล้วลูกๆ ของลุงตอนนี้ทำอะไรอยู่ครับ”
“อ๋อ คนโตตอนนี้จบปริญญาเอกแล้ว จากมิชิแกน สหรัสอเมริกา”
เฮ้ย … !!!
“แล้วลุงขายข้าวโพดส่งเค้าเรียนจบป.เอกเหรอครับ”
“เปล่า เด็กคนนี้เก่ง ตอนอยู่มัธยมเรียนอยู่บดินเดชา พอเข้ามหาลัยก็หาเงินเรียนเอง ลุงไม่ต้องช่วยสักบาท”
ของจริง … !!!
“แล้วลุงขายถึงกี่โมง ?”
“อ๋อ สักบ่ายสองลุงก็เลิกขายแล้ว วันนี้ขายเสร็จว่าจะไปนั่งเล่นสวนสาธารณะสักหน่อย”
…
จากนั้นผมก็คุยกับลุไปเรื่อยๆ ทำให้รู้ว่าทุกๆ จุดบนรถเข็นของแกผ่านการคิดมาอย่างดี ทุกจุดมีเหตุผล ทำไมตรงนั้นต้องมีน้อตติดไว้ ทำไมตรงนี้ทำเหล็กยื่นออกมา ฯ
ผมถาม ลุงตอบ สนุกมาก
ลุงแกจบ ป.สี่ ก่อนหน้านี้ทำอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ไม่ได้ร่ำรวย ใช้ปัญญาหาเลี้ยงชีพไปเรื่อยๆ จับพลัดจับผลูได้มาขายข้าวโพดคั่ว พอได้คุยกับลุงไม่สงสัยเลย ทำไมลูกของลุงถึงมีคุณภาพ …
ผมคุยกับลุงจนเกือบบ่าย หมดเวลาพัก เดินกลับมาทำงาน นั่งคิด
ทุกอาชีพต่างมีรายละเอียดเฉพาะ หากจะประสบความสำเร็จ ต้องมีอะไรที่คนอื่นไม่มี และไม่ว่าจะเป็นอะไร สิ่งนั้นต้องมาจากความรักอาชีพบวกกับสติปัญญาและความอุตสาหะ เมื่อบ่มเพาะจนประสบผลสำเร็จขึ้นมาคนอื่นจะเห็นว่าเราทำได้ง่ายๆ แต่หากลองทำดูมีรายละเอียดมากมายซ่อนอยู่
การเป็นโปรแกรมเมอร์ที่ดีก็คงไม่ต่างกัน …
