วันพฤหัสบดี, พฤศจิกายน 05, 2009

หัวใจ

หมายเหตุ : บทความด้านล่างอยู่ในหนังสือไอที กำลังอธิบายความหมายของ UML ...

แท้จริงแล้วคนเราสามารถใช้ภาษา
สื่อความหมายได้หลายอย่าง
วาจารื่นหูที่ท่านได้ยิน กระบวนท่าทางกาย
ที่สามารถมองเห็นได้
ย่อมสื่อความหมายให้ผู้รับได้เข้าใจได้โดยง่าย
แท้จริงแล้วใจคนก็สามารถกระทำการณ์เยี่ยงนี้ได้
เพียงแต่ว่า เมื่อใช้ใจคนผู้หนึ่งพูด ก็ต้องใช้ใจคนผู้อื่นฟัง
เมื่อเป็นการเห็นในส่งที่ไม่ได้พูด
เมื่อเป็นการเห็นในสิ่งที่ไม่ได้กระทำเชิงกายภาพ
ก็ไม่ง่ายนักที่จะเข้าใจ
เนื่องเพราะใจคนมีเหลื่อมล้ำต่ำสูง มีความว่องไวในการ
สนองตอบที่แตกต่างกัน
แต่จะยากเข็ญเพียงใด ก็จำต้องเข้าใจ
เพราะเงื่อนไขบังคับสำหรับความเป็นคน คือ ...หัวใจ...


CodeIT ฉบับ เมษา 51

วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 08, 2009

Que Sera, Sera (number 2)

When I was just an Employee

I asked Manager, What would I Be

Will i be rich ,

Will Salary increase

Here's Manager said to me


Que Sera Sera

Salary No Way increase

The Future is no way to see

Que Sera Sera

Salary decrease

....


ha ha ha

that true ?

วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 01, 2009

Que Sera, Sera

When I was just a little girl
I asked my mother what will I be
Will I be pretty
Will I be rich
Here's what she said to me

Que sera sera
Whatever will be will be
The future's not ours to see
Que sera sera

When I was just a child in school
I asked my teacher what should I try
Should I paint pictures
Should I sing songs
This was her wise reply

Que sera sera
Whatever will be will be
The future's not ours to see
Que sera sera

When I grew up and fell in love
I asked my sweetheart what lies ahead
Will there be rainbows day after day
Here's what my sweetheart said

Que sera sera
Whatever will be will be
The future's not ours to see
Que sera sera

What will be, will be
Que sera sera...


วันอาทิตย์, กันยายน 06, 2009

ลุงข้าวโพดคั่ว

สวัสดี

เคยกินข้าวโพดคั่วกันมั้ย ? ชอบกินข้าวโพดคั่วรึเปล่า ?

ผมชอบกินข้าวโพดคั่วนะ แต่ไม่ค่อยได้กินเท่าไหร่ เพราะข้าวโพดคั่วที่ซื้อได้ทั่วๆไปมักจะมีข้าวโพดที่ยังไม่สุกปนมาด้วยเสมอ พวกเม็ดไม่สุกมักจะกองอยู่ก้นถุง แข็ง กินไม่ได้ ไม่อร่อย

รสชาติของข้าวโพดคั่วก็มีหลายรสชาติ ทั้งเค็มไม่หวาน เค็มปนหวาน หวานมาก จืด

ที่ข้างบริษัทผมมีลุงคนนึง แกขายข้าวโพดคั่ว

ผมพบคุณลุงในซอยขายอาหาร ในซอยที่มีรถเข็นขายอาหารหลากหลาย ลูกชิ้นปิ้ง ก๋วยเตี่ยว กาแฟ ขนมครก ต้มเลือด ฯ

วันไหนที่ลุงมาขายข้าวโพด ซอยนั้นจะอบอวนไปด้วยกลิ่นข้าวโพดคั่ว ทำให้รู้แต่ไกลเลยว่าลุงมาแล้ว

ผมซื้อข้าวโพดแกเป็นประจำ แบบหวาน ถุงละสิบบาท ข้าวโพดของแกฟูเต็มถุง ไม่มีข้าวโพดที่ไม่สุกเลยสักเม็ดเดียว กินได้หมดถุง อร่อยมาก

ลุงเป็นคนวัย 50-60 คิ้วเริ่มมีสีขาว ยิ้มง่าย ตัวดำๆ

วันนึง หลังจากซื้อข้าวโพดจากลุง ผมก็อยุดดูลุงทำข้าวโพดคั่ว ปากก็เคี้ยวข้าวโพดของลุงไปด้วย

ลุงแกทำข้าวโพดคั่วด้วยความชำนาญ แม่นยำ หยิบจับของชิ้นนั้น ชิ้นนี้ โดยไม่ต้องมอง เปิดฝาหม้อด้วยไม้เก่าๆ ที่เหลาอย่างพอดี เทข้าวโพด น้ำตาล เกลือ เนย ลงหม้ออย่างรวดเร็ว ปิดฝาหม้อ เลื่อนไฟมาวางใต้หม้อ เลื่อนมอร์เตอร์มาวางเหนือหม้อ เปิดไฟ เปิดสวิท มอเตอร์ปั่นข้าวโพดในหม้ออย่างช้าๆ ไม่นานข้าวโพดในหม้อก็เริ่มส่งเสียงอยากจะออกมาดูโลก ข้าวโพดคั่วสีขาวเริ่มทะลักออกมาจากฝาหม้อ ลุงยังไม่ทำอะไรปล่อยให้ข้าวโพดไหลออกจากหม้อเรื่อยๆ จนถึงเวลาหนึ่งที่แกคิดว่าได้ที่ แกก็ปิดไฟ เลื่อนไฟออก ยกมอเตอร์ขึ้น คว่ำหม้อ ข้าวโพดคั่วหอมๆ ไหลออกมาเต็มรถเข็น จากนั้นก็เริ่มตักข้าวโพดใส่ถุง แล้วลุงก็หันมายิ้มกับผมแล้วถามว่า สนใจเหรอไอ้หนู ?

“ครับ ! รถคันนี้ลุงประกอบเองหรือเปล่า ?”

“ใช่ ลุงประกอบรถคันนี้เอง” ลุงแกตอบยิ้มๆ

ผมถามต่อ “มอร์เตอร์ปั่นข้าวโพดนั่นใช้มอเตอร์อะไรครับ ลุง ?”

“เป็นมอเตอร์ที่ปัดน้ำฝนรถยนต์น่ะ”

“ทำไมต้องเป็นมอเตอร์ที่ปัดน้ำฝนล่ะครับ ?”

“เพราะมอเตอร์ที่ปัดน้ำฝน กินไฟน้อย แบตเตอร์รี่รถยนต์ที่เสียแล้วสตราทรถไม่ได้ยังใช้หมุนที่ปัดน้ำฝนได้ แล้วมอเตอร์ที่ปัดน้ำฝนก็ปรับความเร็วได้”

ลุงตอบคำถามผมอย่างตั้งใจ การสนทนาของเราเริ่มจริงจังขึ้นเรื่อยๆ ผมก็ถามต่อว่า

“ข้าวโพดคั่วแบบหวาน กับแบบเค็มของลุงแตกต่างกันยังไงครับ ? แล้วที่ลุงทำไปหม้อเมื่อตะกี้เป็นแบบหวานหรือแบบเค็ม”

“แบบหวานจะหวานมาก แบบเค็มจะไม่ใช่แบบเค็มจริงๆ มันจะยังมีความหวานแต่น้อยกว่าเรียกว่าแบบ หวานน้อยก็ได้ แล้วที่ทำตะกี้คือแบบเค็ม”

ลุงถามผมกลับบ้าง

“แล้วรู้มั้ย ลุงกะปริมาณน้ำตาลกับเกลือยังไง ให้เป็นแบบหวานหรือแบบเค็ม เพราะเอ็งก็เห็นลุงใช้กระป๋องเดียวกันตักวัตถุดิบทุกอย่าง”

“ไม่รู้ครับ”

“เอ็งดูนี่” ลุงแกยื่นกระป๋องที่แกใช้ตักน้ำตาลให้ดู มันมีตะปูตัวเล็กๆ เสียบทะลุอยู่ข้างกระป๋อง

“ลุงใช้ไอ้นี่ กะปริมาณน้ำตาลเหรอครับ ?”

“ใช่ ลุงใช้เวลานานมาก เพื่อหาสูตรที่เหมาะสม สำหรับรสเค็ม และรสหวาน เอ็งนึกไม่ออกหรอก ว่าลุงหมดข้าวโพดไปมากแค่ไหน กว่าจะได้สูตรนี้มา”

ผมถามลองภูมิลุง

“แล้วสิ่งที่ยากที่สุดในการทำข้าวโพดคั่วให้อร่อยคืออะไรครับ ?”

ลุงแกบอกว่า “ทำให้ข้าวโพดสุกพร้อมกัน”

แกว่าต่อไป “ลุงใช้เวลาศึกษาเรื่องความเร็วรอบของมอเตอร์มากที่สุด เอ็งรู้มั้ย ถ้ามอเตอร์หมุนช้าไป ข้าวโพดที่สุกแล้วจะไม่ถูกดีดออกมา ทำให้ข้าวโพดส่วนนั้นไหม้หรือถ้าเรารีบเทมันออกมาก็จะมีข้าวโพดบางส่วนยังไม่สุก แต่ถ้ามอเตอร์หมุนเร็วเกินไปข้าวโพดจะสุกช้ามากทำไม่ทันขาย ข้าวโพดคั่วที่อร่อยต้องทำเสร็จใหม่ๆ รูปร่างของใบพัดก็มีผล ถ้าออกแบบไม่ดีมันจะไม่ดีดข้าวโพดที่สุกแล้วออกมา หรือดีดออกมาไม่ดี”

ระหว่างเราคุยกัน มีพนักงานบริษัทมากมายเข้ามาซื้อข้าวโพด ลุงจะถามทุกคนก่อนว่าจะเอาข้าวโพดแบบเค็มหรือแบบหวาน แล้วลุงจะหยิบถุงข้าวโพดจากกองส่งให้ลูกค้า ผมก็ถามต่อว่า

“ลุงแยกออกได้ไง ว่าถุงไหนเป็นแบบเค็ม ถุงไหนเป็นแบบหวาน ? ผมเห็นมันก็ดูเหมือนๆกันทุกถุง”

“เอ็งไม่รู้จริงๆเราะ”

“ดูนี่” แกชี้ให้ดูยางที่มัดปากถุง

“ยางมัดสีแดง คือแบบหวาน ยางมัดสีเขียว คือแบบเค็ม”

“อ๋อออ”

ลูกค้าของลุงเข้าซื้อข้าวโพดอย่างไม่ขาดสาย ผมยืนฟังลุงคุยกับลูกค้า เกือบทุกคนจะถามลุงว่า ทำไมลุงไม่ค่อยมาขายเลย ? มาขายแค่วันศุกร์วันเดียวเหรอ ? ข้าวโพดอร่อยจัง อยากให้มาขายทุกวันนะ

ลุงแกก็ยิ้มอารมณ์ดีตอบไปว่า ที่ในซอยไม่ว่างบ้าง มาไม่ทันบ้าง ตื่นสายบ้าง ฯ

แล้วผมก็ถามลุงมั่งว่า

“ทำไมลุงมาขายแค่วันศุกร์วันเดียวล่ะครับ ? แล้ววันอื่นลุงไปขายที่ไหน”

“ลุงขายทุกวันแหละ แต่ย้ายที่ทุกวัน”

“อ้าว ลุงขายทุกวัน ก็มีที่ขาย 7 ที่งั้นเหรอครับ”

“ใช่”

“ทำไมล่ะครับ ? ผมคนนึงล่ะ ที่อยากให้ลุงมาขายที่นี่ทุกวัน”

“จะเป็นข้าวโพดคั่วหรืออะไร ถ้าคนได้กินทุกวันเดี๋ยวก็เบื่อ ให้คนได้เจอลุงแค่วันเดียวในหนึ่งสัปดาห์พอ เค้าจะได้อยากกินข้าวโพดของลุง”

 

…..!!!

 

“แล้วลูกๆ ของลุงตอนนี้ทำอะไรอยู่ครับ”

“อ๋อ คนโตตอนนี้จบปริญญาเอกแล้ว จากมิชิแกน สหรัสอเมริกา”

 

เฮ้ย … !!!

 

“แล้วลุงขายข้าวโพดส่งเค้าเรียนจบป.เอกเหรอครับ”

“เปล่า เด็กคนนี้เก่ง ตอนอยู่มัธยมเรียนอยู่บดินเดชา พอเข้ามหาลัยก็หาเงินเรียนเอง ลุงไม่ต้องช่วยสักบาท”

 

ของจริง … !!!

 

“แล้วลุงขายถึงกี่โมง ?”

“อ๋อ สักบ่ายสองลุงก็เลิกขายแล้ว วันนี้ขายเสร็จว่าจะไปนั่งเล่นสวนสาธารณะสักหน่อย”

 

 

จากนั้นผมก็คุยกับลุไปเรื่อยๆ ทำให้รู้ว่าทุกๆ จุดบนรถเข็นของแกผ่านการคิดมาอย่างดี ทุกจุดมีเหตุผล ทำไมตรงนั้นต้องมีน้อตติดไว้ ทำไมตรงนี้ทำเหล็กยื่นออกมา ฯ

ผมถาม ลุงตอบ สนุกมาก

ลุงแกจบ ป.สี่ ก่อนหน้านี้ทำอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ไม่ได้ร่ำรวย ใช้ปัญญาหาเลี้ยงชีพไปเรื่อยๆ จับพลัดจับผลูได้มาขายข้าวโพดคั่ว พอได้คุยกับลุงไม่สงสัยเลย ทำไมลูกของลุงถึงมีคุณภาพ …

 

ผมคุยกับลุงจนเกือบบ่าย หมดเวลาพัก เดินกลับมาทำงาน นั่งคิด

ทุกอาชีพต่างมีรายละเอียดเฉพาะ หากจะประสบความสำเร็จ ต้องมีอะไรที่คนอื่นไม่มี และไม่ว่าจะเป็นอะไร สิ่งนั้นต้องมาจากความรักอาชีพบวกกับสติปัญญาและความอุตสาหะ เมื่อบ่มเพาะจนประสบผลสำเร็จขึ้นมาคนอื่นจะเห็นว่าเราทำได้ง่ายๆ แต่หากลองทำดูมีรายละเอียดมากมายซ่อนอยู่

การเป็นโปรแกรมเมอร์ที่ดีก็คงไม่ต่างกัน …

ภาพ001

วันอาทิตย์, สิงหาคม 23, 2009

push โคตรคนเหนือมนุษย์


สุดยอด !

ให้คะแนนไอเดียเต็มสิบ ความสามารถต่างๆ ในเรื่องสมดุลกัน ไม่มีความสามารถไหนอมตะ เวลาสู้กันเลยไม่หน้าเบื่อเหมือน x-men ที่สุดท้ายใครสักคนมีพลังล้นเหลือจนความสามารถอื่นไม่มีความหมาย

ความสามารถที่ผมเห็นแล้วชอบมากและดูมีประโยชน์กับชีวิต คือความสามารถของ pushers

pushers สามารถ “ใส่” ความทรงจำเทียมๆ ให้เป้าหมายได้ เพียงแค่มองตา

ความสามารถนี้อาจทำให้คนที่จะเข้ามาฆ่าเราหันไปฆ่ากันเอง ทำให้คนที่ไม่เคยเจอเรามาก่อนเลยในชีวิต กลายเป็นเพื่อนแท้ยอมตายแทนเราได้ ทำให้คนรักที่มีประสบการณ์ดีๆร่วมกันมานานกลายเป็นศัตรู …

หากเรามีความสามารถนี้ ชีวิตคงโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่คงเหงาใจน่าดู

คนที่เราต้องการ คงเข้ามารายล้อมเราด้วยความรักใคร่ (เพราะเราใส่ความทรงจำดีๆ เข้าไป) คนที่เราไม่ต้องการ คงมีชะตากรรมที่โหดร้าย โดนความสามารถเราจนกลายเป็นคนซึมเศร้า หรือคนบ้า

ก็เรา “ใส่” ความทรงจำให้คนได้นี่นะ

ดูเรื่องนี้แล้วชวนให้นึกว่า ความทรงจำของคนมัน “จริง” ขนาดไหน สิ่งที่เราจำได้ที่มันอยู่ในสมอง สิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วเราจำได้อยู่ในสมอง มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือเปล่า ?

แล้วก็ชวนให้นึกไปอีกว่า ความทรงจำดีๆ ความประทับใจในใครสักคน แท้จริงมันก็เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมา อาจสร้างโดยเราเองเพราะความรักบังตา หรือสร้างโดยคนนั้นเพราะแผนอันแยบยล ก็ไม่รู้ได้ แต่ในเมื่อรู้ที่มามันอย่างนี้ ผมยิ่งรู้สึก “ไม่อยาก” สร้างไอ้สิ่งที่ว่านั่นขึ้นมาซะแล้ว

ถ้าจะมีความทรงจำดีๆ ในอนาคต ผมอยากจะให้มัน “เป็นอย่างนั้นจริงๆ”


เพิ่มเติม

วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 30, 2009

อยากร้องไห้

ขอร้องไห้ในนี้ละกัน

................................

วันพุธ, กรกฎาคม 01, 2009

Are You Right or Left Brained?

You Are 35% Left Brained, 65% Right Brained
The left side of your brain controls verbal ability, attention to detail, and reasoning.
Left brained people are good at communication and persuading others.
If you're left brained, you are likely good at math and logic.
Your left brain prefers dogs, reading, and quiet.

The right side of your brain is all about creativity and flexibility.
Daring and intuitive, right brained people see the world in their unique way.
If you're right brained, you likely have a talent for creative writing and art.
Your right brain prefers day dreaming, philosophy, and sports.

... that true for me :-)

if you want to know your Click Here