วันอังคาร, สิงหาคม 28, 2007
30 | 25 วิธีมีความสุข
ถ้าอยากมีความสุข คุณต้องรู้จักซึมซับความรู้สึกอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นความโศกเศร้าหรือความโกรธที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน รวมทั้งยอมรับในสิ่งที่คุณมีและสถานภาพที่คุณเป็น เพื่อจะได้มีความสุขกับชีวิตมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
หากคุณหาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไมจึงไม่มีความสุขทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้ลำบากยากแค้นอะไร ลองอ่านข้อคิดต่อไปนี้เพื่อจะได้ระลึกว่า "เราเองก็มีชีวิตที่ดีทีเดียว"
1 คิดใหม่ ใช้ชีวิตราวกับว่าวันนี้เป็นวันสุดท้าย คนที่ป่วยหนักหรือเผชิญกับอุบัติเหตุใกล้ตาย เห็นโศกนาฏกรรมหรือสูญเสียบุคคลผู้เป็นที่รักมักมีมุมมองชีวิตที่ต่างออกไป หลายคนบอกว่าจะไม่ปล่อยเวลาให้สายเกินไปอีกแล้ว จะท่องเที่ยวไปในโลกกว้างหรือติดต่อพบปะเพื่อนฝูง เราทุกคนก็ควรตระหนักว่าอาจไม่มี "พรุ่งนี้" ก็ได้
2 จดบันทึก เขียนเล่าถึงสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นกับคุณทุกวัน การจดบันทึกยังช่วยแก้ปัญหาและขจัดเรื่องไม่ดีที่รกสมองออกไปได้ด้วย ลองเริ่มเขียนตั้งแต่วันนี้ รับรองได้ผลแน่
3 มองในแง่มุมอื่นบ้าง ลองคิดว่าคุณอยากให้คนอื่นจดจำคุณในด้านใด หรือหากวันหนึ่งต้องเล่าเรื่องชีวิตตนเองให้หลานๆ ฟัง คุณจะเล่าอะไร คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุกสัปดาห์และถูบ้านทุกวันหรือ แล้วที่คุณพลาดการแสดงละครของลูกที่โรงเรียนเมื่อปีที่แล้วเพราะติดประชุมเล่า ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไรบ้างเมื่อมองย้อนกลับไป
4 อย่าให้เรื่องเล็กน้อยกวนใจ ไม่คุ้มหรอกที่จะหัวเสียกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง หากคนขับรถคันข้างๆ ไม่ยอมให้คุณเบียดเข้าเลนก็ยิ้มและโบกมือให้เขาไปเลย แล้วจะหงุดหงิดไปทำไมหากพลาดรถเที่ยวเช้า หากาแฟดื่มขณะนั่งรอคันต่อไปดีกว่า
5 ทำงานยากให้เสร็จ ลงมือได้แล้วอย่าผัดวันประกันพรุ่ง โอ้เอ้ไปก็มีแต่ทำให้หนักใจเหนื่อยกาย ไหนๆ งานนี้ก็ต้องทำโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง ก็น่าจะทำให้เสร็จแทนที่จะมัวกังวลและคิดจนรกสมอง
6 เลิกทำตัวจำเจ ชีวิตคงหน้าเบื่อหากทำอะไรซ้ำซากทุกวันทุกสัปดาห์ เราน่าจะมีเรื่องแปลกใหม่มาทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวยบ้าง ถ้าเอาแต่นอนตื่นสายทุกวันอาทิตย์ก็น่าจะลุกขึ้นมาแต่เช้าไปกินอาหารอร่อยๆ นอกบ้าน หรือไปตลาดแล้วจ่ายกับข้าวมาทำอาหารมื้ออร่อยกินกันที่บ้าน
7 อย่าเปรียบตัวเองกับคนอื่น ใครจะมีสระว่ายน้ำ เครื่องเสียงแพงๆ รุ่นล่าสุด หรือรถหรูใหม่เอี่ยมไม่ต้องสนใจ หากดูให้ดีๆ คุณอาจพบว่าคนพวกนี้ต้องทำงานสัปดาห์ละเจ็ดวัน ไม่มีเวลาเจอหน้าคนในบ้านหรือเพื่อนฝูง หรืออาจต้องผ่อนหนี้สินไปอีกหลายสิบปี แล้วชีวิตอย่างนี้ดีจริงหรือ
8 กำจัดข้าวของรกในบ้าน เสื้อผ้าที่ไม่เคยใส่มาเป็นปี เครื่องครัวที่ตั้งอยู่ตรงนั้นจนน้ำมันจับเป็นคราบหนา ไหนจะของเล่น หนังสือเก่า และเครื่องเรือน ยกไปบริจาคเถิด นอกจากจะได้บุญแล้ว ชั้นวางของและห้องต่างๆ ในบ้านจะโล่งและเป็นระเบียบมากขึ้น
9 รู้จักเอ่ยคำว่า "ไม่" ไม่ต้องลงมือทำเองทุกเรื่องเพราะชีวิตคุณก็วุ่นวายพออยู่แล้ว ไหนจะต้องทำเรื่องโน้น สะสางเรื่องนี้ ปล่อยให้สมองมีที่ว่างเพื่อคิดหรือทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง
10 รดน้ำต้นรัก รักคู่ครองของคุณอย่างที่เขาเป็น ที่คุณคิดว่าเขาเปลี่ยนไปนั้นเป็นความจริงหรือ (คิดให้ดีก่อนตอบ) ของทุกอย่างเมื่อใช้งานไปได้ระยะหนึ่งก็ต้องบำรุงรักษาหรือซ่อมแซมเป็นธรรมดา ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาก็เช่นกัน ต้องมีการดูแลใส่ใจกันบ้าง
11 อย่าให้ความคุ้นเคยกลายเป็นไม่ไว้หน้า หากคุณให้เกียรติเพื่อนหรือผู้อื่น คู่ครองหรือคนในครอบครัวคุณก็ควรได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน และคุณเองก็ควรได้เกียรติจากคนในครอบครัวเช่นกัน
12 มอบความรักให้ครอบครัวและเพื่อนๆ อย่าเขินที่จะบอกคนเหล่านี้ว่าคุณรักพวกเขาตรงไหน เมื่อเขาทำอะไรดีๆ ให้ก็กล่าวคำชื่นชมบ้าง คำชมเล็กๆ น้อยๆ ไม่เคยทำร้ายใคร
13 อย่ารับปรับทุกข์ทุกเรื่อง หากปัญหาของเพื่อนเริ่มมีผลกระทบต่อตัวคุณ ก็ไม่ต้องฝืนทำตัวเป็นเสาหลักให้เขาพิงอยู่เรื่อยไป ให้เพื่อนหัดแก้ปัญหาและก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยตัวเอง
14 ติดต่อเพื่อนเก่า คุณอาจขาดการติดต่อกับเพื่อนไปนาน แต่ก็ยังไม่สายเกินไปที่จะโทรศัพท์ ส่งอีเมล์ หรือเขียนจดหมายถึงเขา และนานแค่ไหนแล้วที่คุณไม่ได้คุยกับป้า ท่านอยากได้ยินเสียงคุณจะแย่แล้ว
15 บำรุงอารมณ์ด้วยสีเขียว ดอกไม้สดจากสวน หรือตื่นแต่เช้าไปตลาดซื้อดอกไม้ ผักผลไม้ราคาไม่แพงมาแต่งบ้านให้สดใส คุณเคยมีสวนกระถางในบ้านไม่ใช่หรือ นำกลับมาอีกครั้ง แล้วบ้านคุณจะชุ่มชื่นมีชีวิตชีวาแน่นอน
16 ไปทะเลกันดีกว่า ทิวทัศน์กว้างไกล สายลม เกลียวคลื่น สองเท้าเปลือยเปล่าย่ำบนผืนทราย และแสงแดดระยับ ไม่มีอะไรทำให้จิตใจเริงรื่นชื่นบานได้ดีกว่านี้อีกแล้ว
17 สร้างสรรค์ผลงาน จะเป็นภาพเขียน งานปั้น เย็บปักถักร้อย อบขนม จัดสวน หรืออะไรก็ได้ (เขียนโปรแกรมก็ได้นะ)
18 สูดอากาศบริสุทธิ์ ออกไปข้างนอกหรือเปิดหน้าต่างกว้างๆ สูดหายใจให้เต็มปอด คุณจะรู้สึกว่าอากาศเสียถูกขับออกจากตัว
19 ออกไปเดินเล่น การออกกำลังเบาๆ จะช่วยเติมชีวิตชีวาให้คุณทั้งร่างกายและจิตใจตั้งแต่เดินเล่นครั้งแรกเลยทีเดียว การออกกำลังสม่ำเสมอจะทำให้คุณกระปรี้กระเปร่าและรู้สึกดีขึ้นทุกวัน
20 ดูหนังตลกและหัวเราะให้สบายใจ ร้านให้เช่าวิดีโอมีหนังเบาสมองให้เลือกมากมาย จะเป็นหนังไทยหรือฝรั่งไม่สำคัญ ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาบ้าง
21 ย้ายเครื่องเรือนและของแต่งบ้าน หรืออาจทาสีห้องและผนังใหม่ด้วย รับรองว่าบรรยากาศที่ได้คุ้มค่าไม่แพ้วันหยุดเลยทีเดียว
22 รอคอยสิ่งดีๆ เช่นวันหยุดพักร้อน ออกไปเที่ยวกับเพื่อนฝูง หรือแม้แต่ไปนวดแผนโบราณ
23 ชวนเพื่อนมากินมื้อค่ำ จัดห้องและโต๊ะอาหารที่บ้านให้แปลกไปจากเดิม เสิร์ฟเครื่องดื่มค็อกเทลหรือแชมเปญ เปิดเพลงเสริมบรรยากาศ สนุกกับการเตรียมอาหาร ทุกคนจะปลาบปลื้มหากเห็นว่าคุณทุ่มสุดฝีมือ แล้วค่ำคืนนั้นก็จะครึกครื้น
24 ยิ้มไว้ ยิ้มเป็นโรคติดต่อ ไม่เชื่อก็ลองยิ้มดูสิ
25 ทำให้คนอื่นมีความสุขบ้าง ทำเพื่อตัวเองมามากแล้วก็น่าจะทำเพื่อคนอื่นบ้าง เริ่มจากอดกลั้นไม่บีบแตรไล่รถที่วิ่งเหมือนเต่าคลาน หรืออาสาช่วยงานกุศล เพียงเท่านี้ การใช้ชีวิตให้สุดคุ้มก็ไม่ยากอย่างที่คิด
ที่มา everykid.com
ปล. อ่านแล้วก็ตรงความจริงบ้างไม่ตรงบ้าง แต่รวมๆก็ชอบนะ เลยเอามาแบ่งให้ทุกๆท่านอ่าน
วันจันทร์, สิงหาคม 27, 2007
29 | Fate
ผมแอบคิดอยู่ตลอดว่า ...
เพื่อนแท้ไม่มีหรอก
ทุกคนรักตัวเอง ผมก็รักตัวเอง
การเห็นแก่ประโยชน์ของคนอื่นคือการเห็นแก่ตัวที่แยบคาย
ผมเข้าจุฬามาด้วยความต้องการของตัวเอง
ต้องการสร้างอะไรที่ยิ่งใหญ่เท่าที่จะทำได้ด้วยด้วยมือทั้งสองข้าง
ด้วยตัวคนเดียว...?
จะมีใครต้องการผมหรือ...?
จะมีใครอยากร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกันหรือ...?
ผมจึงมีเพียงเพื่อนธรรมดา พี่ธรรมดา น้องธรรมดา
เพราะลึกๆแล้วผมกลัว "ความพิเศษ" จะทำให้ผมเป็นทุกข์
ทำให้ตลอดมาไม่เคยสานสัมพันธ์ ให้เพื่อนธรรมดา้กลายเป็นเพื่อนตาย
เราอยู่ด้วยกัน เจอหน้ากันมา เกือบ 3 ปี
ผมกลับไม่รับรู้ว่าอะไรที่ทำให้เพื่อนผมมันกำลังทุกข์ใจ
เพื่อนผมมันกำลังต้องการอะไร ผมไม่เคยรู้จนกว่ามันจะบอก
ทำไมต้องให้มันบอก ทำไมผมไม่เข้าไปถาม ... ?
ผมมองตัวเองมากเกินไป มองคนอื่นน้อยเกินไป
จริงๆนะ
ผมขอโทษได้มั้ย
อย่าหยุดเลย
โชคชะตานำพาให้เรามาเจอกัน
ได้มาทำอะไรๆ ร่วมกันหลายต่อหลายครั้ง
ถ้าความสัมพันธ์เหล่านี้หายไปหรือไม่คืบหน้า
มันก็น่าเสียดายนะ ...
วันพุธ, สิงหาคม 22, 2007
28 | หยุดดีไหม
หยุดความคิดที่วุ่นวาย
หยุดการกระทำที่วุ่นวาย
กับสิ่ง “จำเป็น” ในแต่ละวัน
ปล่อยจิตออกจากกายสักห้วง
ทบทวนอะไรที่เวลาปกติเราไม่ทบทวน
เราเหมือนจงใจเล่นตามเกมชีวิต
ทำงานแลกเงิน เงินแลกความสุข
การกระทำแลกมิตรภาพ มิตรภาพแลกความสุข
ใช้ปัญญาหาความรู้ ความรู้แลกความสุขหลุดพ้นจากความไม่รู้
รับชมศิลปะดลตรีได้รับความสุขดื่มด่ำตามรสศิลปะดลตรี
และความสุขสุดท้ายคือความสุขที่ได้รับชัยชนะจากผู้แพ้ คือ
ทำอะไรเหนือกว่าผู้อื่นก็เป็นความสุข
หาเงินได้มากกว่า
ฉลาดเฉลียวกว่า
มีความรู้ความชำนาญกว่า
ร่างกายดูดีกว่า
มีอำนาจบารมีมากกว่า
เป็นต้น
เพราะสิ่งเหล่านี้ของตนเองหรือของผู้อื่นหรือไม่
ที่ได้สร้าง “สิ่งจำเป็น” เหล่านั้นขึ้นมาในชีวิต
สิ่งที่ทำให้เราไม่ได้อยู่เฉยเลยตลอดทั้งวัน และทุกวัน
เหนื่อยไหม เบื่อไหม
สิ่งเหล่านั้น ”จำเป็น” จริงไหม
ใครรู้
วันศุกร์, สิงหาคม 10, 2007
27 | สภาวะติดตาย
ขอ assume ว่าคุณผู้อ่าน เคยเรียน เคยอ่าน หลักการ Operating System มาก่อน
อาจจะกล่าวได้ว่าปัญหาเรื่องสภาวะติดตายในระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
ยังคงเป็นปัญหาที่ยังไม่มีทาง ป้องกัน หลีกเลี่ยง หรือแก้ไข ที่สมบูรณ์แบบ
ทุกวิธีที่ใช้แก้ปัญหาจะต้องสูญเสียอะไรไปบางอย่าง
ทั้งเสีย Throughput เสียเวลา เสียงานที่ Process ได้ทำมาก่อนจนถึงจุดที่ถูกยกเลิก
วิชาความรู้ด้าน OS มีการพัฒนามากว่า 30 ปี แต่ปัญหานี้ก็ยังไม่มีวิธีแก้ไขที่ยอมรับได้
จนถึงขั้นที่ว่า วิธีแก้ปัญหาที่ยอมรับกันวิธีหนึ่งคือการไม่สนใจว่าจะเกิดสภาวะติดตาย
จะติดก็ปล่อยให้ติดอยู่อย่างนั้น โดยให้เหตุผลว่าสภาวะติดตายนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อย
เมื่อเกิดขึ้นครั้งหนึ่งก็จะยอมให้ระบบล่มไป (เนื่องจากแต่ละ Process ต่างหยุดรอ resource กันหมด)
การละทิ้งปัญหาจึงเป็นวิธีแก้ปัญหาด้วย...(วิธีละทิ้ง มีใช้ทั้งใน Window และ Linux)
คนที่เขากำลังตั้งหน้าตั้งตาออกแบบ OS อยู่ขณะนี้จะรู้ไหมนะ
ว่าเราทุกคนพบปัญหานี้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว
นั่นคือปัญหา "การเลือกรักคนที่เรารัก "
ยังไง
หากเปรียบหัวใจของแต่ละคนคือทรัพยากรที่สามารถให้คนอื่นครอบครองได้
การเกิด Circular wait ก็คือการที่
นาย A ครอบครองหัวใจของตนเองและกำลังรอรับหัวใจจากนางสาว B
นางสาว B ครอบครองหัวใจของตนเองและกำลังรอรับหัวใจจากนาย C
นาย C ครอบครองหัวใจของตนเองและกำลังรอรับหัวใจจากนางสาว D แต่
นางสาว D ครอบครองหัวใจของตนเองและกำลังรอรับหัวใจจากนาย A
เมื่อไม่มีคนใดปล่อยหัวใจตัวเองตัวเองจากการรอคอย
คนที่รอคอยตนอยู่ก็จะไม่มีโอกาสได้รับความรักเลย
รออยู่เช่นนี้ไม่สิ้นสุด…เกิดสภาวะติดตาย เกิดรักสามเส้า ที่น่าเศร้า
ต่อมาผมจะขอพิจารณาความรักในลักษณะของสาเหตุต่างๆ ที่ทำให้เกิดสภาวะติดตาย
1.Mutual exclusion พบว่า ความรักใดๆ ไม่สามารถให้กับคน มากกว่า หนึ่งคน ในเวลาเดียวกันได้
2.Hold and wait พบว่า การที่คนจะรอความรักจากใครจะต้องเก็บหัวใจของตัวเองไว้กับตัวไม่ให้ใคร
และใช้เวลารอจนเป้าหมายปล่อยหัวใจของเขา/เธอออกมา
3.No Preemption พบว่า ในกรณีส่วนใหญ่ ไม่มีใครสามารถบังคับให้คนเลิกรักคนที่เขา/เธอตกหลุมรักอยู่ได้
เมื่อบังคับเช่นนั้นไม่ได้จึงเรียกได้ว่าเกิด No preemption
4.Circular wait สำหรับข้อนี้ เห็นชัดจากตัวอย่างด้านบน
จากการพิจารณา การรักกันของมนุษย์ชาติ สามารถเกิด สภาวะติดตายได้
เช้ดเด้
คิดต่อไปอีก step การเกิดรักสามเส้าก็ควรต้องใช้วิธีการของ Operating System
ในการแก้ปัญหาได้รึเปล่า เก็บไปคิดดู
แต่ถ้าปัญหาสภาวะติดตายกับปัญหารักสามเส้าถือเป็นปัญหาเดียวกัน
ทางแก้ที่ไม่เจ็บปวดก็ไม่มีน่ะสิ…
วันจันทร์, สิงหาคม 06, 2007
26 | ปรับทุกข์กับท้องฟ้า
ปกติแล้วลูกผู้ชายเค้าไม่ร้องให้ให้ใครเห็น
มีเรื่องทุกข์ใจก็มักไม่พูด มักขบคิดให้แตก หรือไม่ก็โยนทิ้งไป
แต่จริงแล้วลูกผู้ชายก็อยากมีคนเห็นใจรับฟังปัญหาบ้าง
แบบไม่ต้องมาช่วยแก้ให้ก็ได้ ...
พร้อมจะฟังไหม ?
การประชุมวันนี้ ผมขอโทษ
ที่เรียกทุกคนมารวมกันแล้ว แต่ผมกลับไม่มีเรื่องจะพูดเท่าที่ควร
ผมเป็นมือสมัครเล่น ไม่เป็นงานเอาซะเลย
ผมไม่รู้จริงๆ ครับว่าการประชุมควรพูดอะไร
การจะดึงคนมาทำงานควรทำอย่างไร
ทำอย่างไรจะควบคุมความคิดคนให้ไปทางเดียวกัน
ผมเหมือนมด ที่อยู่บนหลังช้างมีหน้าที่สั่งช้างให้เดินไปจุดหมาย
หน้าที่ของช้างคือเดินไปจุดหมาย
ช้างตั้วนั้นก็อาจจะเดินไปจุดหมายโดยไม่สนใจการชี้นำของผมเลยก็ได้
หรืออาจเบื่อที่จะเดินเพราะมีหัวหน้าเป็นมดอย่างผมก็ได้
การทำให้คนที่ทำงานให้เราทำด้วยความเต็มใจ เต็มความสามารถทำอย่างไร
พูดอย่างไรให้คนฟัง
พูดอย่างไรให้ประทับจับใจ
ผมไม่รู้สักอย่าง
ผมขาดคุณสมบัติความเป็นผู้นำ
กระทั่งตอนนี้ผมยังมานั่งกล่าวโทษตัวเองแทนที่จะไปทำอย่างอื่น
ผมมัน งี่เง่าเนาะ
…
ตอนแรกผมกะจะมาเตรียมการประชุมตอนบ่ายวันนี้
แต่พอรู้คะแนน TC ตอนเช้า ผมมึนไปหมด
พอรู้คะแนน ภาพข้อสอบที่ทำไปเริ่มลอยขึ้นมา
ข้อที่ทำผิดไปเริ่มปรากฏชัดเจน
ทีละข้อ ทีละข้อ จนครบทุกคะแนนที่เสียไป
นึกแล้วเสียใจ เสียดาย เสียหน้า เสียกำลังใจ เสียความมั่นใจ ไปจนหมด
ทำไมคนอื่นทำได้ ทำไมเราทำพลาด ทำไมเราไม่ทำได้อย่างนั้นบ้าง
ทำไมวะ
...
ผมรักคนทีละคน
ผมซื่อตรง ไม่เคยคิดหลอกใคร
ผมกล้าพูดเพราะเป็นความจริง
แต่พระเจ้าไม่เคยทำให้ใครเห็นความจริงนี้เลย
หรือคนเห็นแล้วแต่คนเหล่านั้นก็ไม่เลือกผมเอง
เมื่อผมเข้าไปหาใครก็ตาม ถ้าผมแสดงการเข้าไปหาแล้ว
ผมจริงจังแน่นอน
รักสุดหัวใจ
แต่ทุกครั้งที่ผมคิดจะรัก
ผมกลับชะงักทุกครั้ง
เพราะเผื่อความรู้สึกถึงคนที่ชอบคนนั้นอยู่เหมือนกันด้วย
เพราะเผื่อให้เธอเลือกคนนั้นอยู่ด้วย
อะไรกูจะเป็นคนดีขนาดนั้น
อยากจะพอสักที
คนดีมันน่าเบื่อ
...
ถ้าผมจะตัดพ้อว่าทำไมชีวิตผมมีแต่ปัญหา
ผมว่ามันน่าหัวเราะ
คนทุกคนก็มีปัญหาของตัวเอง
แต่ปัญหาของคนอื่นอาจจะ เล็กน้อย เมื่อเทียบกับปัญหาตัวเอง
แต่นั่นแหละคือช่องว่างให้แสดงน้ำใจ
เพราะเมื่อคุณมองปัญหาใหญ่ของผมเป็นเรื่องจิ๊บจ้อย
สิ่งที่คุณทำได้คือทำให้ผมมองปัญหานั้นจิ๊บจ้อยตามไปด้วย
นั่นแหละน้ำใจ
นั่นแหละสิ่งที่มนุษย์คนหนึ่งต้องการ
ง่ายๆ แต่ไม่มีใครอยากทำ
ยากแต่ก็มีใครบางคนพยายามทำ
...
วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 02, 2007
25 | Young Laborer Survival Camp 14 #pre
แต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงพลีค่าย
กลัวถูกยิงมั้ง
สงสัยรอไปประชุมสรุป คงฉะกันแหลก
นี่เป็นคำพูดบางคำพูดของน้อง ที่ได้ยินบ่อยตอนบายศรี
"พี่ๆ ไอ้ป้ายชื่อนี่มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ"
"ห้องน้ำมีไม่พอ / น้ำไม่พออาบ"
"ทำไมต้องย้ายตึก"
"อาหารไม่อร่อย"
"การจัดการยังดูมั่วๆ เหมือนไม่ได้มีการเตรียมตัว"
"พวกพี่ดูยังไม่มีความพร้อมในการทำค่ายกันเลย"
ฯลฯ
ที่จริงคำชมก็มีเยอะพอๆ กันแต่คำพูดพวกนี้น่าจะมีประโยชน์กว่า
และกับน้องเกือบทุกคนผมตอบไปว่า
"ถ้าค่ายไม่มีอุปสรรคอะไรเลยราบรื่นตลอด แล้วเราจะเห็นคุณค่าของค่ายที่น่าประทับใจใหม พลีค่ายมีไว้เพื่อทดลองงาน และให้แต่ละฝ่ายรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นจริงของตนเองเพื่อเป็นแนวทางแก้ไขในค่ายจริง ถ้าอยากให้ปัญหาเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นกับค่ายจริงก็เข้าประชุมสรุปค่ายสิครับ"
เสาร์ ที่ 4 สิงหา เจอกันคับ
เพื่อค่ายของเรา
ปล.ชื่อค่ายที่ตั้งให้ใหม่นั้นมีที่มา อยากรู้เชิญหลังไมค์ :)
