วันอาทิตย์, มีนาคม 23, 2008

65 | สองสัปดาห์ฝึกงาน

ฝึกงานที่บริษัท software ในเครือ CP ชื่อว่า go-soft
งานที่ทำก็ระบบไอทีของ CP ทั้งหมด
ผมได้นั่งทำงานที่ฝ่ายหลังร้าน เซเว่นอีเลเว่น
(แต่ไม่ได้นั่งอยู่หลังร้านเซเว่นอีเลเว่นหรอกนะ)
ส่วนไอ้เบิร์ดอยู่ฝ่าย support ของร้านเซเว่นเช่นกัน

มาฝึกที่นี่ได้รู้เรื่องราวความเป็นมา และความเป็นไป
ของกิจการเซเว่นอีเลเว่นพอสมควร
(ก็มากพอจะไปทำแข่งได้แหละ ถ้ามีทุน...อิอิ)
กระบวนการพัฒนา Software ของที่นี่
ก็เหมือนๆ กับที่เคยเรียนใน software engineer นั่นแหละ
แต่ที่นี่ออกจะ RAD มันซะทุกโปรเจคไม่เห็นจะมี JAD แบบชิวๆมั่งเลย
โน่นก็รีบนี่ก็จะเอา พี่แต่ละคนวันๆรีบกันตาเหลือก แต่ก็ขำดี

บรรยากาศที่นี่เป็นกันเองมาก หัวหน้าใจดี (แต่แอบไซโคคน เก่งมาก)
มีอาหารตาพอสมควร แต่ก็ได้แต่มองอ่ะนะ วรยุธยังไม่แก่กล้า...
พวกที่มาฝึกงานด้วยกันก็เป็นจุฬาซะเกือบครึ่ง มีภาคคอมของบัญชีด้วย
และก็เด็กทางไกล ส่วนภาคเราก็มีผมกะเบิร์ด (มันก็ดันจะเลิกไปซะและ)
อยู่มาสองอาทิตย์ ที่น่าสนุกที่สุดคือเวลาเที่ยงวัน
ที่นี่มีอาหารให้เลือกกินเยอะมากกก ทุกซอกทุกหลืบต้องมีอาหารขาย
กะด้วยสายตาคงกินได้ไม่ซ้ำร้านก่อนฝึกงานจบ ราคาก็พอสมควรน่ะ ไ
ม่มีต่ำกว่า 25 แบบทั่วไปไม่พิเศษ 30 พิเศษ 35 ขึ้นไป แพงกว่านี้ กูไม่กิน..

ภาษาหลักที่นี่คือ VB นั่นก็คือที่นี่ใช้ Window และ .Net FrameWork อย่างไม่ต้องสงสัย
และก็ตามมาด้วย SQL Server, Crystal Reports ที่มาจากฝูงเดียวกัน
ผมเองก็บอกเขาไปว่าสนใจ C# ก็ได้ลุยโปรเจคใหม่ที่เค้าเปิดใช้ C# เป็นตัวแรกๆ ของบริษัท
ได้เขียน driver ของ Win CE 5.0 ให้มันสามารถเชื่อมกับ PC ผ่านทาง port USB ปกติได้
ก็ยังทำไม่เป็นเลย ต้องอ่านอะไรมากมาย เขียนจริงก็ยุ่งยาก แต่ก็ท้าทายดี
ทำเสร็จเอาเป็นโปรเจคจบเลยดีมั้ย....

ชีวิตตอนนี้รู้สึกสนุกอ่ะ มีอะไรให้เรียนรู้เต็มไปหมด
แต่ยังกลัวอยู่เหมือนกัน ว่ากำลังสร้างภาระให้ตัวเองมากเกินหรือเปล่า
เพราะโปรเจคตัวเองก็เปรี้ยวอยากทำอะไรเปลืองแรง
ดันอยากลองสร้างระบบ Cluster เอง ลง Unix สองเครื่อง
เซ็ตให้รันงานแบบขนานได้
ก็เกือบจะเป็นระดับที่ ป โทเค้าทำกันอ่ะ
ไม่รู้จะไหวมั้ย
แต่อยากทำได้มากๆ


...

วันพฤหัสบดี, มีนาคม 13, 2008

64 | ฉันทำได้

หากมีคนเคยพิชิตยอดเขาสูงมาแล้วสักครั้งหนึ่ง

หากมีคนเคยร่ำรวยมาแล้วสักครั้งหนึ่ง

หากมีคนเคยสร้างสรรค์งานชั้นเยี่ยมมาแล้วสักครั้งหนึ่ง

หากมีคนเคยใช้กำลังใจฝ่าฟันอุปสรรคใหญ่หลวงมาแล้วสักครั้งหนึ่ง

ย่อมพิสูจน์ได้ว่า เราก็ทำได้เช่นกัน

วันพุธ, มีนาคม 05, 2008

63 | ฉันจะไป

จบปี 3
จบปี 3 แล้วววว วู้ววววววว มีหลายเรื่องมากมายวิ่งวุ่นในหัว เอาทีละเรื่อง
เริ่มด้วยการ์ตูนที่ผมติดงอมแงมตอนนี้ ชื่อ "H2" ของมิสึริ นาดาจิ ลายเส้นสะอาด ตัวละครฉลาด
จังหวะการเล่าเรื่องดี ใช้เพียงกรอบและคำพูดตัวละครเป็นตัวดำเนินเรื่อง คิดว่าหลายคนคงเคยอ่าน
หลายคนไม่เคยอ่าน ( GTO ก็สนุกใช้ได้นะ ให้อะไรอย่างแบบที่มึงบอก กูก็ชอบเหมือนกัน อย่างอน
55 ) ผมได้ยินกิตติศัพท์ของการ์ตูนเรื่องนี้มาจาก a day เล่ม 90 ได้อ่านผ่านๆ ตาใน a day
บอกว่ามีการ์ตูนระดับตำนานที่ไม่ได้สักแต่ว่าเป็นการ์ตูนแต่มันให้อะไรเรามากกว่านั้น
ผมอยากรู้มันจริงไหม เลยเดินเข้าร้านการ์ตูนหยิบผลงานทุกเรื่องของคุณ มิสึริ นาดาจิ
มาอย่างละเล่ม ลองอ่านดู มี H2, Slow Step, พริกขี้หนูสึรุ้ง ฯ ... อ่านแล้วก็เช้ดดดดด สมราคาคุย
ถูกใจเจ้า คุนิมิ จาก H2 เป็นบ้า ชอบชีวิตของตัวนี้ ลองไปอ่านดู อ่านเรื่อง H2 แล้วจะรู้สึกได้รับพลัง
แบบเดียวกับการได้ดูหนังดีๆ สักเรื่องเลย แล้วก็พบหลายๆมุขที่ eye shield 21
และการ์ตูนที่ดังๆสมัยนี้แอบก๊อบมามากมาย .. /* ความเห็นส่วนตัวทั้งนั้นอย่าถือสามากความ*/ H2
ถือเป็นการ์ตูนครบเครื่องให้ทุกรสชาติ ความรัก ความหวัง ความขัดแย้ง ความอุตสาหะเพื่อชัยชนะ ฯ
ที่ปกติการ์ตูนมังกะทั่วๆไปมักเอาเป็นจุดขายเรื่องนี้มีหมด ครบเครื่อง ครบเครื่อง ครบเครื่อง.

จะทยอยอ่านให้ครบ เป็นงานอดิเรคใหม่... นะ เอ้อออออ

บ่น
ขอบ่น ทำไมปัญหาแบบเดิมๆ เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ขณะเหตุการณ์ยังไม่เกิด
ระหว่างความสงบสุขยังมี ทำไมเราไม่คุย
ทำไมต้องรอให้เกิดอะไรสักอย่างแล้วมาใช้อารมณ์ตะโกนใส่หน้ากัน ไม่ชอบเลยนะ ไม่ชอบมาก
แต่ก็นั่นสินะ การมาเอาแต่บ่น คงไม่ทำให้อะไรดีขึ้นสู้ไปนอนสักงีบยังไม่ได้ ว่าแล้วก็ลืมมันไป
ตอนนี้ลืมไปแล้วอ่ะ...

Senior Project
Grid คือระบบที่ประกอบจากคอมพิวเตอร์ธรรมดา หลายๆเครื่องมาเชื่อมต่อกันด้วยระบบเครือข่าย
เพื่อแชรทุกอย่างร่วมกัน ทั้งเนื้อที่ hard disk และ CPU มีการจัดการด้วย middleware ที่ฉลาด
ทำให้ระบบที่ว่ามีความสามารถการทำงานเทียบเท่ากับเครื่อง Super Computer ที่มีราคาแพง
หูปัดสาวะ สาเหตุที่ Grid มีราคาถูกว่ามากเพราะ Super Computer ใช้หลักการทาง Hard Ware
ที่ซับซ้อนมากจึงมีราคาแพง แต่ระบบกริดเน้น Hard Ware ที่ธรรมดา (ก็คอมธรรมดา CPU
ธรรมดานี่ล่ะ) แต่ทำงานร่วมกันด้วยจำนวนที่มหาศาลจึงมีพลังการคำนวณที่เทียบเท่ากันได้
โดยราคายังไม่เท่ากับ Super Computer (Super Computer ราคาขนาดไหนกันนะ)
และความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลในระบบ Grid ยังมีความเร็วสูงมากๆ
เพราะข้อมูลจะกระจายตัวไปเก็บไว้ในแต่ละ node ทำให้เวลาเรียกกลับมามีความเร็วสูง
ยกตัวอย่างเช่นใช้ Hard Disk สองลูกมาทำ Raid 0 กันยังมีความเร็วเพิ่มขึ้นจนสังเกตุได้ ซึ่งระบบ
Gird มีจำนวน Hard Disk มากกว่านั้นมาก google ก็ใช้ Grid ทำระบบฐานข้อมูลนะ
ถึงเรียกข้อมูลได้เร็ว พลังการคำนวณนี้จะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในหลายๆด้าน ทั้งการแพทย์
ที่ไว้หาสูตรยาแก้มะเร็ง หรือเอดส์ หรืองานด้านพยากรอากาศที่มีข้อมูลมหาศาลในแต่ละวัน
และข้อมูลเป็นแบบมีระยะเวลาจำกัด เช่นจะคำนวณว่าฝนจะตกในวันพรุ่งนี้หรือไม่
แต่ใช้เวลาคำนวณ 25 ชั่วโมง - -"
พอคำนวณเสร็จก็ไม่ต้องดูผลที่คำนวณได้หรอกแค่เดินออกไปนอกหน้าต่างแล้วดูเอาได้เลยว่าฝนตกหรือไม่
เพราะถึงวันพรุ่งนี้แล้ว เป็นต้น และจุดแข็งอีกอันของ Grid คือมันทำงานร่วมกับระบบ Grid อื่นๆได้
มันต่อกันได้แบบ โคโลนี คืออยากเอามาต่อก็เพิ่มเข้าไปได้เลย .

มันจะเกี่ยวกับ Project ผมได้รึยัง...

โปรเจคข้าพเจ้าก็เกี่ยวกับการเก็บข้อมูลในหลายๆ ที่ของระบบ Grid นี่ล่ะ
เพราะการแบ่งเก็บข้อมูลที่เหมือนๆ กันไว้ต่างที่กันจะเกิดปัญหาขึ้นมากมาย เช่น
ปัญหาข้อมูลล่าสุดไม่ตรงกัน ปัญหาความล่าช้าของ network ปัญหาการรอกันเพราะมีบาง note
ที่มีการเชื่อมต่อที่ไม่ดี ปัญกาการเลือกว่าจะแบ่งข้อมูลอย่างไรเพื่อเก็บในต่างๆที่ จะแบ่งดีไหม
แบ่งอย่างไร มีกี่ copy ดี แล้วจะไปเก็บที่ใดบ้าง ..ฯ มากมายร้อยแปด Project
ผมก็เป็นจุดเล็กๆของความรู้ทางส่วนนี้ หากทำสำเร็จจะได้ Algorithm
สำหรับจัดการข้อมูลที่อยู่ต่างที่ ที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นกว่าเดิมที่ใช้กัน ... เย้

ปวดขา
อัพเดตเรื่องปวดขา ก็ยังปวด ยังชาอยู่ คงต้องไปหาหมอแล้ว.

วันแห่งความรัก
ตอนให้ไปไม่ได้สนอะไรทั้งนั้น อะไรก็ไม่รู้สั่งมา
ไม่รู้ว่ามันจะเป็นของจริงที่เชื่อถือได้ หรือเชื่อถือไม่ได้
แต่มั่นใจ ทำไปแล้ว
และก็ไม่อยากเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอีกแล้วล่ะ
จะรอนะ.

ฝึกงาน
ฝึกใกล้บ้านดี งานยังไม่รู้ทำไร แต่คงได้เขียนโปรแกรม แหละ


ชีวิตมันก็แค่วันนี้...ไม่มีวันอื่นหรอก