ตอนนี้เป็นไงบ้าง ?
จาก entry ที่แล้วพูดถึงอาการปวดขาที่มันถึงที่สุด
นั่นคือยืนไม่ได้ เดินก็ไม่ได้ ปวดขา ทรมาณ
หลังจากวันนั้นผมก็กลับบ้านนอกทันที
เสียดาย อุตส่าขอเครื่องคอมของพี่แตนได้แล้วสามเครื่อง
พี่เค้าให้ใช้ได้แค่ตอนปิดเทอมซะด้วย
แต่ทำไงได้ รักษาร่างกายต้องมาก่อน
กลับมาถึงบ้านนอกปุ๊บก็นอนเป็นดักแด้ ลุกแค่ตอนไปฉี่กับกินข้าว
ขนาดลุกยืนแค่ช่วงสั้นๆ ก็รู้สึกปวดขาโคตรๆแล้ว
คิดในใจว่า มันคงไม่หายปวดง่ายๆแล้วล่ะ
คุณป้า ที่เราไปพักอาศัยบ้านเค้ามาตั้งแต่เรียนจุฬาปีหนึ่ง
เค้าติดต่อหมอรักษากระดูกที่โรงพยาบาลตำรวจให้
เป็นหมอคนเดียวกับที่ผ่าตัดใส่ข้อเทียมที่หัวเข่าให้ย่าของเรา
ก็มีคนช่วยกันโฆษณาหลายคนว่าหมอคนนี้เก่งมาก ยอดเยี่ยม
ยังไงก็เอาเถอะ เราว่าหมอที่ไหนก็มีวิธีรักษาคล้ายๆกันแหละมั้ง
โรคเดียวกันมันก็ควรมีหลักการรักษาไปในทางเดียวกัน
จะต่างกันก็ตรงที่โรงพยาบาลจะมีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อมกว่า
หากอาการหนัก ก็สามารถรักษาขั้นต่อไปได้ทันที
ที่สำคัญคือ โรงบาลรัฐ ราคาถูก
วิธีรักษา ?
จากที่ได้ค้นคว้า + ถามหมอ
วิธีการรักษาโรคนี้มี สอง วิธี
1.วิธีอนุรักษ์นิยม คือ การทานยา ร่วมกับการกายภาพบำบัด
คนจำนวนเกือบ 90% ที่ใช้วิธีนี้จะมีอาการดีขึ้นมาก จนเกือบหายเป็นปกติ
แต่อาการอาจจะกลับมาอีกได้เรื่อยๆ ถ้าไม่ระวัง
ยาสำคัญที่ใช้รักษาก็
-ยาแก้ปวดและยาต้านการอักเสบ
-ยากล่อมประสาทเพื่อลดความเครียด ความกังวล
-ยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อลดอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ
-วินามิน แร่ธาตุต่างๆ
2.วิธีผ่าตัด คือ การเปิดแผลตามแนวกระดูกสันหลังยาวประมาณ 6-7 cm
ให้ลึกถึงชั้นกระดูก แล้วสอดเครื่องมือพิเศษลงไปที่ไขสันหลัง
ตัดและคีบ หมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมาอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่ทิ้งไป
การทำแบบนี้จะเป็นการกำจัดสาเหตุที่ทำให้มีอาการปวดขาออกไปโดยตรง
หลังจากพักฟื้น ผู้ถูกผ่าตัดจะหายปวดขาทันที (โอ้ว มันเยี่ยมมาก)
แต่วิธีนี้ก็มีข้อเสียคืออาจทำให้กระดูกสันหลังผิดปกติ
เพราะการผ่าตัดเหมือนกับการดึงนุ่นออกจากหมอนคือจะทำให้หมอนแฟบลง
หมอนรองกระดูกช่วยรับแรงกระแทก และเป็นส่วนที่ทำให้กระดูกสันหลังบิดไปมาได้
การผ่าตัดเป็นการดึงหมอนรองกระดูกทิ้งไปส่วนนึง
ช่องระหว่างกระดูกสันหลังช่องนั้นๆ ก็จะแคบลงจนกระดูกอาจเชื่อมติดกัน
การเคลื่อนไหวร่างกาย จะเคลื่อนไหวโดยใช้ช่องระหว่างกระดูกสันหลังช่องอื่นๆแทน
ทำให้การเคลื่อนไหวร่างกายติดขัด ไม่เป็นปกติ
และอาจต้องมีการผ่าตัดใส่หมอนรองกระดูกเทียมในภายหลัง (ซึ่งแพงโคตรๆอีกแล้ว)
อีกทั้งวิธีผ่าตัดยังไม่เป็นผลดีในระยะยาว เพราะเมื่อเวลาผ่านไปสัก สิบปี
อาการของโรคนี้จะกลับมาเป็นอีก เป็นส่วนใหญ่ (ประมาณ 70% ของคนที่รับการผ่าตัด)
อ่อ แล้วพวกวิธี โหรบาร์ ดึงหลัง ถ่วงหลัง ใช้ความร้อน บล็อกสันหลัง นวด ฝังเข็ม ฯลฯ
หมอเค้าบอกว่า มันไม่ได้ผลกับทุกคน และยังไม่มีการรับรองทางการแพทย์ว่ารักษาได้จริง
หมอ(โรงพยาบาลตำรวจ)แนะนำว่าควรใช้็วิธีแรกใ้ห้ถึงที่สุดก่อน (กินยา + กายภาพบำบัด)
ผมเริ่มเป็นโรคนี้วันแรกเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2551
เป็นเวลาเกือบสองเดือนแล้ว คุณหมอวางแนวทางรักษาต่อไปว่า
หากอาการปวดขาของผมไม่หายภายในหกเดือนนับจากวันที่เป็น
จะพิจารณาเรื่องการผ่าตัด ...
ค่าใช้จ่าย ?
ยารักษาโรคทางกระดูกที่ดีมีคุณภาพ
นอกจากมีคุณสมบัติในการกัดกระเพาะดีเยี่ยมแล้ว ยังมีราคาแพงโคตรๆ
ส่วนหนึ่งที่แพงก็เพราะความต้องการของผมเอง ผมอยากหายเร็วที่สุด ผมต้องทำงาน
หมอก็จัดไป..ให้ยาดีที่สุดชื่อ Apcoxia เม็ดละร้อยกว่าบาท กินวันละเม็ดไปเดือนนึง
กะจะหายภายในเดือนนึงให้ได้ ไม่หายเสียดายตังค์แย่
ทำไมยาแพง ?
พอดีดูรายการจุดเปลี่ยน ตอน CL ยา ใครได้ประโยชน์์
ก็รู้มาว่าที่ยาบางชนิดแพงหูดับตับไหม้ เป็นเพราะกฏหมายลิขสิทธิ์
คนที่คิดยาอะไรขึ้นมาได้ หลังจากไปจดสิทธิบัตร เค้าจะมีสิทธิในยานั้นไป 20 ปี
นั่นคือเค้าจะเป็นผู้ขายยาชนิดนั้นๆแต่เพียงผู้เดียว จะตั้งราคาอย่างไรก็ได้
ผลักภาระการรักษาให้กับผู้ป่วย หรือแบบหยาบคายก็เรียกว่าหากินบนความทุกข์ของคนป่วย
มันก็ใช่ที่บริษัทผลิตยา ใช้เงิน เวลา ความรู้ ความสามารถ กว่าจะได้ยาที่มีคุณภาพมาสักสูตร
เค้าก็มีสิทธิหาประโยชน์จากสิ่งที่เค้าคิดได้ หากไม่มีผลประโยชน์คงไม่มีใครคิดค้นยาออกมาอีก
แต่มองอีกมุม ในฐานะมนุษย์
ผู้ป่วยควรมีสิทธิเข้าถึงการรักษา(ยา) ที่ถูกต้องเหมาะสม อย่างเท่าเทียม
ไม่ควรจะปล่อยให้เขาเหล่านั้นต้องตาย เพียงเพราะเขาไม่มีเงิน
จากปัญหานี้(ยาแพง คนป่วยไม่มีปัญญาซื้อ คนป่วยตาย)
ก็ได้มีการเสนอแนวคิด การใช้สิทธิ์หนือสิทธิ์บัตรยา หรือ CL (Compulsory Licensing)
เรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเทศไทย
คุณลอง google ว่า "กรณี CL ยา" ดูสิ
จะ เจอเรื่องราวนำเน่า นางเอก (ประเทศไทย) ถูกนางมารใจร้ายรังแก (ใครหว่า) เต็มไปหมด
ข่าวร้อนๆ1
ข่าวร้อนๆ2
ข่าวร้อนๆ3
ข่าวร้อนๆ4
ยาที่ผลิตมาใหม่ๆนั้นแพงตับไหม้จริงๆนะครับ
ก่อนหน้าทำ CL บางคนต้องขายบ้าน ขายรถเพื่อจะมารักษาตัวเอง
การทำ CL ช่วยต่อชีวิตให้ใครอีกหลายๆคน
แต่มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างนั้น
วันนี้ไทยกำลังโดนสหรัฐกดดันอย่างหนัก
และกำลังกลายเป็นประเทศที่ถูกจับตามองเรื่อง ละเมิดลิขสิทธิ์
ประเทศไทยก็ต้องทน ต้องต่อสู้เรื่องนี้ต่อไป
จนกว่าเราจะผลิตยาได้เอง
ผมเอง เบิกค่ารักษาพยาบาลไม่ได้ ยาที่ใช้ก็ไม่ได้ทำ CL
ส่งผลให้ตับไหม้ไปครึ่งลูก เกือบเสียชีวิต - -"
สาเหตุของไอ้โรคบ้านี่ ?
จุดเด่นของโรคนี้ มีคนตั้งฉายาขำๆว่า เป็นโรคไร้สาเหตุ
คนมีร่างกายแข็งแรง คนออกกำลังกายทุกวันก็มีสิทธิเป็นได้
อายุเท่าไหร่ก็เป็นได้ ไม่ว่าจะวัยเกษียณหรือ 20 ต้นๆ
แต่คนทำงานนั่งโต๊ะครั้งละนานๆ และผู้ชาย จะมีโอกาศเป็นมากกว่า
ยังไม่มีการรับรองทางการแพทย์นะ
แต่มีหมอคนนึงเค้าวิเคราะห์ว่า ความเครียด อาจเป็นสาเหตุของโรคนี้ก็ได้
จากสถิติ คนที่เครียด ตกงาน ซึมเศร้า ไม่มีเพื่อน มนุษย์สัมพันธ์แย่ เห็นแก่ตัว ฯลฯ
มีแนวโน้มเป็นโรคนี้มากกว่าคนสุขภาพจิตดี (ฮะ!!)
ลองคิดดูดีๆก็มีส่วนจริง โรคนี้เกี่ยวพันกับระบบประสาท
ความรู้สึกนึกคิดของเราอาจจะไปมีผลต่ออาการของโรค ให้ดีขึ้นหรือแย่ลงก็เป็นได้
ยิ่งเป็นโรคนี้แล้วเครียด มันก็คงทำให้อาการลุกลามไปกันใหญ่
จะตายมั้ย ?
โรคนี้บั่นทอนชีวิต โรคนี้สร้างข้อจำกัดในการใช้ชีวิต โรคนี้ทำให้ชีวิตไม่เป็นสุข
แต่มันก็จะไม่ร้ายแรงไปกว่านั้น มันจะไม่ทำให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ไม่ทำให้เราตาย
คือมันแค่มีก้อนอะไรสักอย่างในร่างกายเราไปอยู่ผิดที่ผิดทาง
ซึ่งมันจะมีกระบวนการทางธรรมชาติกำจัดก้อนบ้านั่นทิ้งไปเอง
แต่เมื่อมันยังอยู่ มันจะไปเบียดเส้นประสาทที่ไขสันหลัง เกิดการระคายเคือง
แล้วก็ทำให้รู้สึกปวดขาโคตรรรรรรรๆ สุดจะบรรยาย เท่านั้นเอง
ถ้าเราทนเจ็บได้เราก็เดินได้แบบปกตินั่นแหละ แต่อาจจะเป๋ๆหน่อยเพราะมันเจ็บโว้ยยย
ผมหนีโรคนี้ไม่พ้นซะแล้ว คงต้องอยู่กับมันอีกนาน
ขอภาวนาให้ทุกคนที่ผมรัก อย่าได้เป็นโรคนี้กันเลย
สาธุ
ที่มา:
-หนังสือเรื่อง รอบรู้เรื่องปวดหลังและโรคหมอนรองกระดูกสันหลัง,
สำนักพิมพ์เรีอนปัญญา, นพ.ธวัช ประสาทฤทธา
-หมอโรงบาลตำรวจ
-หมอคลีนิคสระบุรี
-รายการจุดเปลี่ยน ทางช่อง 9
-google
วันพุธ, พฤษภาคม 28, 2008
วันอาทิตย์, พฤษภาคม 18, 2008
71| มีความสุขตามอัถภาพ
สวัสดีทุกท่าน
กลับมาเขียนบล้อกอีกครั้งตามคำเรียกร้องของตัวเอง...โว้วว
อาการปวดหลังของผมได้มาถึงขีดสุดแล้ว เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา
หลังลุกขึ้นยืนเพื่อออกจากห้องคอมตอนสี่โมงเย็น แล้วผมก็ทรุดอยู่ตรงนั้น
รู้สึกตกใจมาก เอาเข้าแล้ว เอาแล้วไงกู กูใช้ร่ายกายหักโหมเกินไปหรือ
ยังชะล่าใจอยู่เลยว่าอาการเจ็บลดลงจนจะหายอยู่แล้ว
ตอนลุกขึ้นมาวันนั้น
จำไม่ได้เลยว่าในชีวิตเคยเจ็บเคยทรมาณมากขนาดนั้นหรือเปล่า...
แบบว่าตายดีกว่า
ก็พยายามเดินไปหน้าคณะแล้วเรียก taxi กลับบ้าน
กลับบ้านก็ นอน อย่างเดียว เพราะหมอบอกตั้งแต่วันแรกแล้วว่า
การรักษาของโรคนี้ควรจะให้นอนโรงบาลทันทีสักสองอาทิตย์
ห้ามใช้งานกระดูกสันหลังอย่างเด็ดขาด
แต่ผมไม่ยอมทำเช่นนั้น คิดว่าต้วเองยังสามารถใช้ชีวิตอย่างคนปกติได้
ยังไปซื้อของพันทิพธ์ ยังไปเรียนโน่นนี่
ยังต้องฝึกงาน ...
ตอนนี้คงถึงเวลาที่ต้องพักผ่อนอย่างจริงจังในฐานะคนป่วยแล้วล่ะ (ขนาดจะพักผ่อนยังต้องจริงจัง ?)
ตอนนี้ผมกลับมาพักรักษาตัวที่อยุธยา ตัดขาดโลกในมหาลัย (หลายคนก็คงกำลังตัดขาด :-D )
จะนอนอย่างเดียวสัก 7 วัน แล้วดูอาการ หากไม่ดีขึ้นคงต้อง MRI และ อาจต้อง ผ่าตัด !!!
เอาวะ
มันเป็นเรื่องของอนาคต
ช่วงนี้ผมชอบดูหนัง ชอบอ่านนิยาย
หลังจากลองดูหนังคนเดียวในโรงแล้วไม่รู้สึกแย่อะไรมาก (นึกว่ามันจะเป็นจะตาย)
ก็อยากหาโอกาศไปดูอีก ก็ดี สะดวกดี
เรื่องที่ไปดู ผมอ่านคำวิจารมาพอสมควร ถึงได้เลือกไปดู
ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ทำให้ผมผิดหวัง
ในโรงไปดู Iron man
ผมชอบหนังที่มีที่มาที่ไปครับ ดูเรื่องนี้จบแล้ว
ก็รู้สึกอะไรอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก ชอบมากก
สะใจมากตอนที่คุณ Iron man เก็บกวาดพวกอาหรับ
และก็ตอนที่คุณ Iron man เคาะหัวตัวร้ายและพูดว่า
แกแก้ปัญหาน้ำแข็งเกาะชุดแล้วยัง ...
ลองนึกภาพเด็กๆเวลามองของเล่นที่ตัวเองชอบแล้วทำตาลุกวาว
ตอนดูเรื่องนี้ในโรง ผมก็มีอาการประมาณนั้นแหละ 555
หนังมีแง่มุมหลายๆแง่ แอบซ่อนอยู่
เช่น"ผมคิดว่า สันติภาพ คือการที่เราถือไม้ตะพตอันใหญ่กว่า"
และก็ "ได้โปรดอย่าไป ผมมีแต่คุณเท่านั้น" (พี่แกมีทุกอย่างแล้วนี่ครับ นอกจากรักจริงใจ)
อยากรู้แง่มุมมากกว่านี้ขอเชิญพาตัวเองเข้าไปดูละกันนะ ผมเก็บไม่หมด สาธยายไม่เก่ง
ได้ดูตอนท้ายด้วย รอตั้งเกือบ 10 นาที ทำให้อยากดูภาคสองเลย...
อยากมีสมองแบบคุณ stark จัง
เรื่องอื่นๆที่ดูจากแผ่น
โคตรรรรร รักเอ็งเลย : ถูกต้มครับ!! เนียนมาก หัวเราะเป็นบ้าเลยตอนเรื่องมันเฉลย
เรื่องนี้มันบอกผมว่า "ความรักคือการยอม" ... จริงหรือไม่ ไม่รู้ ไม่เคยมีความรัก (คนละอันกับแอบรักเน้อ)
มะหมา 4 ขาครับ : ชอบมะหมาทุกตัวเลย น่ารักมาก
ดูแล้วรู้สึกว่าคนทำหนังเรื่องนี้เป็นคนรักสัตว์จังเลย โดยเฉพาะน้องมะหมา
ผมชอบหนังของ walt disney อยู่แล้วเลยชอบเรื่องนี้ครับ
ชอบลุงกาแฟ มันเหมือนหมาของผมตัวที่ตายไปแล้วชะมัด
กอด : มันคือหนังล้อเลียน "ประเทศไทย" ครับ หาใช่หนังรักโรแมนติกอย่างที่ผมเข้าใจตอนแรก
ดูแล้วหดหู่ครับ
ผีชีวะ 3 : อันนี้ต่อเนื่องจากภาคก่อนหน้า ดูสนุกๆ
แนะนำให้เอาเหตุผลออกจากหัวสมองก่อนจะเปิดดูนะ จะได้สนุกๆ
ชอบฉากอีกาผี
TransFormer : เห็นเพื่อไปดูแล้วชอบ เลยหามาดูบ้าง
ชอบตอนแปลงร่าง ชอบฉากต่อสู้
ก็พอแล้วล่ะ
กลับมาเขียนบล้อกอีกครั้งตามคำเรียกร้องของตัวเอง...โว้วว
อาการปวดหลังของผมได้มาถึงขีดสุดแล้ว เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา
หลังลุกขึ้นยืนเพื่อออกจากห้องคอมตอนสี่โมงเย็น แล้วผมก็ทรุดอยู่ตรงนั้น
รู้สึกตกใจมาก เอาเข้าแล้ว เอาแล้วไงกู กูใช้ร่ายกายหักโหมเกินไปหรือ
ยังชะล่าใจอยู่เลยว่าอาการเจ็บลดลงจนจะหายอยู่แล้ว
ตอนลุกขึ้นมาวันนั้น
จำไม่ได้เลยว่าในชีวิตเคยเจ็บเคยทรมาณมากขนาดนั้นหรือเปล่า...
แบบว่าตายดีกว่า
ก็พยายามเดินไปหน้าคณะแล้วเรียก taxi กลับบ้าน
กลับบ้านก็ นอน อย่างเดียว เพราะหมอบอกตั้งแต่วันแรกแล้วว่า
การรักษาของโรคนี้ควรจะให้นอนโรงบาลทันทีสักสองอาทิตย์
ห้ามใช้งานกระดูกสันหลังอย่างเด็ดขาด
แต่ผมไม่ยอมทำเช่นนั้น คิดว่าต้วเองยังสามารถใช้ชีวิตอย่างคนปกติได้
ยังไปซื้อของพันทิพธ์ ยังไปเรียนโน่นนี่
ยังต้องฝึกงาน ...
ตอนนี้คงถึงเวลาที่ต้องพักผ่อนอย่างจริงจังในฐานะคนป่วยแล้วล่ะ (ขนาดจะพักผ่อนยังต้องจริงจัง ?)
ตอนนี้ผมกลับมาพักรักษาตัวที่อยุธยา ตัดขาดโลกในมหาลัย (หลายคนก็คงกำลังตัดขาด :-D )
จะนอนอย่างเดียวสัก 7 วัน แล้วดูอาการ หากไม่ดีขึ้นคงต้อง MRI และ อาจต้อง ผ่าตัด !!!
เอาวะ
มันเป็นเรื่องของอนาคต
ช่วงนี้ผมชอบดูหนัง ชอบอ่านนิยาย
หลังจากลองดูหนังคนเดียวในโรงแล้วไม่รู้สึกแย่อะไรมาก (นึกว่ามันจะเป็นจะตาย)
ก็อยากหาโอกาศไปดูอีก ก็ดี สะดวกดี
เรื่องที่ไปดู ผมอ่านคำวิจารมาพอสมควร ถึงได้เลือกไปดู
ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ทำให้ผมผิดหวัง
ในโรงไปดู Iron man
ผมชอบหนังที่มีที่มาที่ไปครับ ดูเรื่องนี้จบแล้ว
ก็รู้สึกอะไรอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก ชอบมากก
สะใจมากตอนที่คุณ Iron man เก็บกวาดพวกอาหรับ
และก็ตอนที่คุณ Iron man เคาะหัวตัวร้ายและพูดว่า
แกแก้ปัญหาน้ำแข็งเกาะชุดแล้วยัง ...
ลองนึกภาพเด็กๆเวลามองของเล่นที่ตัวเองชอบแล้วทำตาลุกวาว
ตอนดูเรื่องนี้ในโรง ผมก็มีอาการประมาณนั้นแหละ 555
หนังมีแง่มุมหลายๆแง่ แอบซ่อนอยู่
เช่น"ผมคิดว่า สันติภาพ คือการที่เราถือไม้ตะพตอันใหญ่กว่า"
และก็ "ได้โปรดอย่าไป ผมมีแต่คุณเท่านั้น" (พี่แกมีทุกอย่างแล้วนี่ครับ นอกจากรักจริงใจ)
อยากรู้แง่มุมมากกว่านี้ขอเชิญพาตัวเองเข้าไปดูละกันนะ ผมเก็บไม่หมด สาธยายไม่เก่ง
ได้ดูตอนท้ายด้วย รอตั้งเกือบ 10 นาที ทำให้อยากดูภาคสองเลย...
อยากมีสมองแบบคุณ stark จัง
เรื่องอื่นๆที่ดูจากแผ่น
โคตรรรรร รักเอ็งเลย : ถูกต้มครับ!! เนียนมาก หัวเราะเป็นบ้าเลยตอนเรื่องมันเฉลย
เรื่องนี้มันบอกผมว่า "ความรักคือการยอม" ... จริงหรือไม่ ไม่รู้ ไม่เคยมีความรัก (คนละอันกับแอบรักเน้อ)
มะหมา 4 ขาครับ : ชอบมะหมาทุกตัวเลย น่ารักมาก
ดูแล้วรู้สึกว่าคนทำหนังเรื่องนี้เป็นคนรักสัตว์จังเลย โดยเฉพาะน้องมะหมา
ผมชอบหนังของ walt disney อยู่แล้วเลยชอบเรื่องนี้ครับ
ชอบลุงกาแฟ มันเหมือนหมาของผมตัวที่ตายไปแล้วชะมัด
กอด : มันคือหนังล้อเลียน "ประเทศไทย" ครับ หาใช่หนังรักโรแมนติกอย่างที่ผมเข้าใจตอนแรก
ดูแล้วหดหู่ครับ
ผีชีวะ 3 : อันนี้ต่อเนื่องจากภาคก่อนหน้า ดูสนุกๆ
แนะนำให้เอาเหตุผลออกจากหัวสมองก่อนจะเปิดดูนะ จะได้สนุกๆ
ชอบฉากอีกาผี
TransFormer : เห็นเพื่อไปดูแล้วชอบ เลยหามาดูบ้าง
ชอบตอนแปลงร่าง ชอบฉากต่อสู้
ก็พอแล้วล่ะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
