หลังจากใช้ชีวิตไม่เป็นสุขมานานหลายเดือน หลังจากลองรักษามาแล้วหลายแบบ อ่านหนังสือเกียวกับการรักษามามากมาย ทดลองทำกายภาพบำบัด กินยาราคาถูก กินยาราคาแพง ฉีดยาสเตรียรอยเข้าไขสันหลัง ลองนอนโรงพยาบาลมาแล้วหลายวัน ลองหยุดเรียนไปพักผ่อนหลายสัปดาห์ ในที่สุดหมอเจ้าของไข้ก็ตัดสินใจให้ผม ผ่าตัด ในช่วงปิดเทอมนี้
การผ่าตัดไม่มีอะไรมาก แต่มีอยู่หลายวิธีด้วยกันขึ้นอยู่กับความรุนแรง และอายุ และอะไรอีกหลายอย่าง มีทั้งแบบแทงเข็มติดปลายกล้องเข้าไปผ่าตัด หรือแบบเปิดแผลด้วยมีดทางด้านหลัง หรือเปิดแผลด้วยมีดทางด้านหน้า(มีจริงๆนะ) หลังจากเอาหมอนรองกระดูกสันหลังที่กดทับออกไปแล้วก็อาจมีการใส่เหล็กเข้าไปแทน หรือถ้าเอาหมอนรองออกไม่มากก็ไม่ใส่ ปล่อยไว้อย่างนั้น เพราะร่างกายสามารถสร้างพังผืดทดแทนได้บางส่วน(ไม่ได้สร้างหมอนรองใหม่นะ) อีกอย่างเหล็กหมอนรองกระดูกเทียมมีราคาแพงมาก ไม่เหมาะกับคนยืมตังค์คนอื่นเขามาผ่าตัดอย่างผม
หลังฟื้นตัวจากยาสลบ ผมควรลุกขึ้นยืนได้ ไม่มีอาการปวดขา ควรปวดแค่แผลผ่าตัด และต้องนอนเฉยๆให้แผลหายประมาณสองอาทิตย์ ส่วนแผลภายในก็ประมาณสามเดือน ระหว่างนั้นก็ทำงานเบาๆได้ ใช้ชีวิตปกติได้ ไปเรียนได้ หากดูแลตัวเองดีสามเดือนหลังผ่าตัดก็เป็นไทได้แล้ว เย้
ค่าผ่าตัดค่าห้องค่าทุกอย่างรวมก็เป็นเงินหมื่นครับ ประมาณซื้อโน๊ตบุคแบบเจ๋งมากๆได้หนึ่งเครื่อง ...
ต่อจากนี้แค่อยากจดเก็บไว้ว่าโรคบ้านี้ทรมานยังไง เผื่อคนเข้ามาอ่านอาจเริ่มรู้สึกเหมือนมีอาการจะได้รีบรักษา ไม่ควรปล่อยให้มันลุกลามจนเป็นหนัก เริ่มแรกประมานปลายเดือนมีนาคม 2551 ช่วงนั้นเพิ่งเริ่มฝึกงานได้ไม่กี่วัน นั่งทำงานคอมพิวเตอร์ที่บ้านอยู่ดีๆก็รู้สึกขาชา ตั้งแต่ตรงก้นซ้ายวนรอบขาไล่ไปตามต้นขาด้านนอกผ่านหน้าแข้งไปจนถึงนิ้วโป้ง นิ้วชี้และนิ้วกลาง รู้สึกชาเหมือนถูกหมอฟันฉีดยา ตอนแรกก็สนุกดีเกาขาเล่นแล้วไม่มีความรู้สึก ก็เป็นอย่างนั้นต่อเนื่องมาเรื่อย สามวันผ่านไปยังชาเหมือนเดิม ก็เริ่มไม่สนุกแล้ว เริ่มมีอาการปวดตามแนวที่ชา ปวดเหมือนมีใครมาบีบกระดูกขาของเรา จะรู้สึกปวดมากเมื่อเดิน หายปวดเมื่อนั่งยองๆ ก็เริ่มจะวิตกเพราะมันไม่หายสักที เลยไปหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตดูก็รู้คร่าวๆ ว่ากรูน่าจะเป็นโรกหมอนรองกระดูกเสื่อมกดทับเส้นประสาท อาการมันใช่เลย โรคนี้รักษาไม่ง่าย ไม่หายขาด กลับมาเป็นอีกได้เรื่อยๆ เรียกได้ว่าโคตรซวย หลังจากมีอาการปวดครบเจ็ดวันก็ไปหาหมอคลีนิก หมอบอกว่าถูกต้องแล้วคร้าบ คุณคือผู้โชคดีได้เป็นโรคหมอนรองกระดูกสุดฮิต ดีใจด้วยนะ แต่คุณเพิ่งเริ่มจะเป็นหมอจะแนะนำให้คุณกลับไปทำกายภาพบำบัด ทำวันละสี่เวลาหลังอาหารและก่อนนอน ถ้าตั้งใจทำดีๆ โรคนี้ก็อาจจะหายได้เองโดยไม่ต้องทำอะไรอีก เออฟังแล้วรู้สึกดี ค่ารักษาไม่แพงมากมียาให้กิน ก็พยายามลืมความปวดซะใช้ชีวิตปกติทำกายภาพบำบัด ผ่านไปอีกเกือบเดือน อาการยังไม่ต่างจากวันแรกที่รู้สึกปวด ไม่มีอาการอะไรที่บ่งบอกว่าดีขึ้น เลยเปลี่ยนหมอ มาเป็นหมอที่โรงพยาบาลตำรวจ เพราะมีคำล่ำลือว่าหมอที่นี่หลายท่านเชี่ยวชาญเรื่องโรงหมอนรองกระดูกสันหลัง ก็มีคนแนะนำโรงพยาบาลอื่นเหมือนกันแต่ที่นี่สะดวกสุดใกล้บ้าน เป็นโรงพยาบาลรัฐ ราคาถูก และหมอคนที่เก่งเรื่องนี้ก็เป็นเพื่อนกับญาติผมที่เป็นเภสัช เอาล่ะฝากเนื้อฝากตัวกับหมอเรียบร้อยก็ได้ยามากิน คราวนี้เป็นยาโคตะระแพง ราคายา ณ ร้านขายยาตกเม็ดละหนึ่งร้อยยี่สิบบาท เห็นราคาแล้วแทบช๊อก แต่เราซื้อในโรงพยาบาลรัฐเลยเหลือแค่ เม็ดละเก้าสิบบาท !!! เอาวะ เราบอกหมอเค้าเองว่าปวดจนทนไม่ได้ใช้ชีวิตลำบาก หมอเขาเลยให้ยาแก้ปวดที่ดีที่สุดในโลกขณะนี้ไปเลย กินแล้วกระเพาะปั่นป่วนมาก คือมันมีฤทธิ์กัดกระเพาะแรงเป็นพิเศษกินบ่อยๆคุณจะเป็นโรคกระเพาะไปอีกโรค แต่สรรพคุณของมันก็ใช้ได้ กินแล้วอาการปวดหายไปเลย นั่งทำงานเกินหนึ่งชั่วโมงได้แต่เดินนานๆยังปวดเหมือนเดิม ก็ต้องดูแลตัวเองต่อไปเพราะยาแก้ปวดมันแก้ที่ปลายเหตุ ต้นเหตุคือหมอนรองกระดูกมันปลิ้นไปทับประสาทไขสันหลัง หลังจากนั้นก็ทนทุกทรมานเรื่อยมาจนเปิดเทอม หมอเริ่มแย๊บถามเรื่องฐานะทางการเงินของเราก่อนจะแนะนำให้เราทำ MRI ในภาพเป็นเครื่อง MRI


การทำ MRI ทำให้เห็นภาพข้างในตัวเราชัดแจ๋ว เห็นเลยว่าอะไรเป็นอะไร ผมทราบมาว่าหมอจะให้เราทำ MRI ก็ต่อเมื่อเรายอมรับการผ่าตัดเพราะการทำ MRI จะไม่คุ้มค่าเท่าที่ควรหากไม่มีการผ่าตัด แสดงว่ากรูต้องผ่าตัดใช้มั้ย แต่หมอบอกว่าอาการของเรายังถือว่ากลางๆ ยังไม่แย่จนต้องผ่าตัด แต่ทำ MRI ไว้ก่อนเพราะโอกาศผ่าก็สูงเมือนกัน ก็ไปทำ MRI ใส่ชุดโรงพยาบาลแล้วนอนในเครื่องใหญ่ๆ เสียงดังๆ ครึ่งชั่วโมง ระหว่างนั้นโดนเจ้าหน้าที่ปิดเครื่องแล้วเข้ามาเตื่อน คือว่าผมขยับตัวไปนิ้ดนึงมันทำให้เครื่องทำงานผิดพลาด ผมสแกนแบบไม่มีการฉีดสีเข้าไขสันหลัง บางคนต้องฉีด ราคา MRI เฉพาะส่วนแบบไม่ฉีดสีอยู่ที่ 8000 บาท ฉีดสีด้วย 10000 บาท ต่อครั้ง ถ้าสแกนให้เห็นทั้งตัวก็แสนกว่าบาท ทำเสร็จประมาณสามวันก็ไปรับผล

จากรูปเป็นกระดูกสันหลังของผมเอง เส้นสีขาวแนวตั้งนั่นคือเส้นประสาทไขสันหลัง ที่เห็นเป็นปล้องสีเทาคือกระดูกสันหลัง และที่เป็นสีดำอยู่ระหว่างปล้องนั่นล่ะคือหมอนรองกระดูกสันหลัง ส่วนที่มีปัญหาจะเป็นหมอนรองกระดูกสึดำที่ทะลักมาเบียดเส้นประสาทสีขาวซึ่งปกติจะเป็นเส้นเต็ม แต่ตอนนี้ถูกเบียดจนผอมบาง เป็นสาเหตุของอาการปวดทั้งหมดของผม
...
เขียนจริงๆแล้วยาวมากเอาไว้ ต่อภาคสองตอนฉีดสเตรียรอยเข้าไขสันหลัง แล้วต้องนอนโรงพยาบาล จนถึงวันที่ตัดสินใจผ่าตัด
ปวดขาทรมาน และยิ่งทรมานมากขึ้นเมื่อคนรอบข้างไม่เข้าใจความเจ็บปวด

.jpg)
